Varieties

คนละหมัด

posted on 15 Oct 2008 09:09 by ericbox  in Varieties

พี่น้องครับถ้าผมเป็นพันธมิตรฯ นี่ ผมก็อยากจะเป็นต่อ เพราะแหย่เข้าไปแล้วยังได้ผล ผู้มีอำนาจบางคนยังมองไม่เห็นว่าความจริงเขาจูงจมูกตัวเองอยู่อย่างไร ยังไม่เข้าใจว่าม้าใช้ที่ใช้อยู่นี้ มันโจรชัดๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ เราแก้ปัญหาอะไรต่างๆ ไม่ได้หรอกครับ

 

จักรภพ เพ็ญแข

 

ให้พวกเราคิดสักนิดว่า ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงวันนี้ พวกมันยังไม่หยุดจาบจ้วง วันนี้ที่เวทีสนามหลวง ยังจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ วันนี้มันเปิดหน้าชกแล้ว

 

สนธิ ลิ้มทองกุล

 

 

 “นี่คือประเทศของเรา แต่ว่าแย่งชิงอำนาจจากฝ่ายเลือกตั้ง ไม่ได้ลืมตามองโลก ไม่ได้ลืมตามองประเทศ ไม่ได้มองตาพี่น้องประชาชนแต่ละคน ว่าเขามีความรู้ความเข้าใจ เขาไม่ใช่ผู้อาศัยเท่านั้นอีกต่อไปแล้ว ไม่เข้าใจหรืออย่างไร

 

จักรภพ เพ็ญแข

 

นายวีระ และ นายจักรภพ พูดว่าไม่ต้องไปเจรจากับพันธมิตรฯ แต่ต้องไปเจรจากับเจ้าของพันธมิตรฯ ดังนั้น ถ้าพวกเอ็งไม่ยอมรับสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ให้ไสหัวออกไปจากประเทศไทย เพราะพวกเราต้องการสถาบันพระมหากษัตริย์ และจะปกป้องด้วยชีวิต

 

สนธิ ลิ้มทองกุล

 

 

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์และความจริงวันนี้

การเมืองไทยตอนนี้คงต้องบอกว่าเข้าขั้นเลวร้ายสุดๆ พันธมิตรยังไม่ถอยออกจากทำเนียบ แล้วทำไมถึงยังไม่ถอยออกจากทำเนียบ รัฐบาลและตำรวจสามารถประนีประนอมได้ แต่ทำไมไม่ประนีประนอม กลับใช้วิธีรุนแรง ข้ออ้างเพื่อให้รัฐบาลเข้าไปแถลงนโยบายในรัฐบาล และวันนี้ยังมีกลุ่มนายตำรวจเกษียณราชการออกข่าวว่าจะบุกยึดทำเนียบคืน เหมือนต้องการให้ปฎิวัติ หลายฝ่ายอยากให้ทั้งสองฝ่ายถอยกันคนละก้าว แต่ทำไมยังไม่ถอยกันล่ะ

 

ในตอนที่สถานการณ์ยังพอคุยกันได้ แม้พันธมิตรจะเข้ายึดทำเนียบเสียก่อน แต่รัฐบาลก็เดินเกมพลาด โดยตำรวจตั้งข้อหาร้ายแรง กบฏ ทำให้ 9 แกนนำต้องสู้หลังพิงฝาเพราะไม่มีทางให้ถอย และรัฐบาลยังผูกเงื่อนด้วยการประกาศภาวะฉุกเฉิน เหมือนจะต้องการให้ปฏิวัติ เพราะมองว่ายังไงก็ตาม เมื่อมีรัฐประหารฝ่ายตัวเองจะได้เปรียบ โดยสรุปการทำให้พันธมิตรเป็นกบฏ คือเงื่อนที่ทำให้แกนนำพันธมิตรไม่มีทางลง ถอยไม่ได้

 

จนกระทั่งนายสมัคร สุนทรเวช ได้ออกจากตำแหน่งไป นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ บรรยากาศการเมืองเหมือนจะเย็นลง เพราะนายสมชายดูมีท่าทีประนีประนอม ดูได้จากการเข้าพบผู้ใหญ่หลายๆ คนในบ้านเมือง การส่งตัวแทนเจรจากับแกนนำพันธมิตรไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางลับ จนดูเหมือนว่าเหตุการณ์น่าจะจบอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง

 

 

  

 

เหมือนเงื่อนที่รัฐบาลสมัยนายสมัครผูกเอาไว้กำลังจะกลายแต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายขึ้นเมื่อ ตำรวจได้จับกุมตัวสองแกนนำพันธมิตรในข้อหากบฏ ทั้งที่ทุกอย่างกำลังจะคลี่คลาย หลายฝ่ายงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในตอนแรกแม้แต่พันธมิตรยังไม่คิดว่าเป็นฝีมือของนายสมชาย แต่คิดว่าเป็นฝีมือของตำรวจหรือมือที่สามที่ต้องการเสี้ยมให้รัฐบาลกับพันธมิตรขัดแย้งกันมากยิ่งขึ้น

 

จนเหตุการณ์ที่ตำรวจเข้าสลายผู้ชุมนุมเพื่อเปิดทางให้นายกรัฐมนตรีสามารถเข้าไปแถลงนโยบาย ทำให้พันธมิตรมองทันทีว่าเหตุการณ์จับแกนนำและสลายผู้ชุมนุมของตำรวจ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อยู่เบื้องหลังแน่ๆ และนี่คือปมใหม่ที่ทำให้พันธมิตรไม่ถอยและมีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในครั้งนี้ เพราะมีคนตายและเสียชีวิต เหมือนกับรัฐบาล โดยตำรวจต้องการให้ทหารออกมาปฏิวัติ

 

หากรัฐบาลและตำรวจไม่เข้าไปยุ่งกับพันธมิตร รัฐบาลก็ทำตัวเป็นรัฐบาลสัญจร แถลงนโยบาย ทำงานที่อื่นเสีย และรัฐบาลท่านมาจากการเลือกตั้ง ยิ่งนานวันพันธมิตรก็ยิ่งหมดความหมายไป ยิ่งพันธมิตรจะดาวกระจายในตอนนั้น ก็ยิ่งทำให้พันธมิตรยิ่งหมดความชอบธรรมไปเรื่อยๆ โมเมนตัมทางสังคมไทยที่รักความสงบก็จะหันมาทางท่าน แต่เหตุใดถึงทำการอาจหาญเพื่อเป็นการสร้างปมในสังคมให้ใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ยังมีปมที่เรามองไม่เห็นหรือเปล่า

 

 

เงื่อนปมสำหรับรัฐบาลที่น่ากลัวคือปมการยุบพรรคพลังประชาชนที่เรื่องอยู่ในชั้นศาลที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะทำให้นักการเมืองกลุ่มไทยรักไทยเก่าเป็นสุญญากาศอีกครั้ง แม้จะหาตัวแทนใหม่ได้ในครั้งต่อไป แต่การถูกศาลแขวนทางการเมืองสองครั้ง ย่อมไม่เป็นผลดีกับผลทางการเมืองเป็นแน่ และเป็นปมเร่งด่วนที่ทำให้รัฐบาลถอยไม่ได้ รอให้พันธมิตรเย้วๆ ต่อไปก็ไม่ได้ เพราะต้องอยู่ในอำนาจเพื่อแก้กฎหมายที่เขามองว่าไม่เป็นธรรมสำหรับกลุ่มเขาครั้งนี้

 

ปมยักษ์ต่อมา คือความพยายามที่จะแก้กฎหมายความผิดเลือกตั้งและเสนอแนวทางนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มบ้านเลขที่ 111 และบรรดาแกนนำพยายามจะช่วยเหลือนายทักษิณ ชินวัตร โดยคิดว่านายทักษิณไม่ได้รับความเป็นธรรมทางตุลาการ

 

ปมยุบพรรคพลังประชาชนและปมบ้านเลขที่ 111 คือเงื่อนไขใหญ่ที่ทำให้กลุ่มไทยรักไทยเก่าไม่ถอย ยิ่งได้เป็นรัฐบาล ก็พยายามหาแนวทางให้กลุ่มพรรคพลังไทยรักไทยเก่า นั่นคือรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไม่ถอยแน่ๆ เพราะถ้าถอยตอนนี้ แล้วศาลตัดสินยุบพรรคพลังประชาชนอีก อำนาจทางการเมืองก็จะหดหายอย่างใหญ่หลวง ส่วนพันธมิตรที่นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็ไม่ถอยแน่เพราะท่าทีของรัฐบาลหลายๆ ครั้งที่พยายามแก้กฎหมายเพื่อพรรคพวก

 

อีกฝ่ายก็มีปมจะโดยเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองเป็นครั้งที่สอง อีกฝ่ายก็โดนปมข้อหาซ่องสุมก่อจราจลโดนโทษทางอาญาค่อนข้างแน่แม้จะไม่โดนประหารชีวิตตามข้อหากบฎแล้วก็เถอะ แล้วอย่างนี้ทั้งสองฝ่ายจะถอยอย่างไรล่ะ เพราะทั้งสองฝ่ายก็มองว่าจะต้องดำเนินการทางตัวเองให้เสร็จ เพื่อให้ฝ่ายตัวเองพ้นผิด เพื่ออุดมการณ์ของฝ่ายตนเอง จบยากแฮะ

 

สงสารประชาชนที่ถูกทำร้าย สงสารตำรวจไทยชั้นผู้น้อยที่โดนสังคมประณาม ทั้งที่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาจากผู้ใหญ่ทุกๆ ฝ่ายในบ้านเมืองหน้าเดิมๆ กลุ่มปลุกระดมแต่ละฝ่ายก็หน้าเดิมๆ ตั้งแต่เหตุการณ์ตุลา พฤษภาทมิฬ

 

และถ้าเลือกตั้งอีกครั้งยังได้นักการเมืองหน้าเดิมๆ ที่โหยหาแต่อำนาจกลับมา เหตุการณ์แบบนี้ก็คงวนกลับมาอีก

 

 

หลังจากผ่านเหตุการณ์ตำรวจเข้าสลายประชาชนโดยใช้แก๊สน้ำตา ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีคนตายและพิการมากมาย ซึ่งจะเป็นน้ำมือจากตำรวจนอกคำสั่งหรือไม่คงพูดไม่ได้ชัด หรือจะเป็นพันธมิตรเล่นพวกเดียวกันเอง หรืออาจจะเป็นคนกลุ่มอื่นที่หวังผลบางอย่างจากเหตุการณ์ครั้งนี้ สุดแล้วแต่จะคาดเดา แต่ ณ วันนี้ตำรวจเป็นจำเลยของสังคมส่วนใหญ่ไปเสียแล้ว ยิ่งพอศาลอุทธรณ์เพิกถอนข้อหากบฏยิ่งทำให้ ตำรวจไทยในสายตาชาวโลก ดูแย่ลงไปทันที 

 

ถ้าถามผมว่า สื่อ ณ วันนี้เป็นกลางหรือไม่(เราจะไม่นับเอ็นบีทีกับเอเอสทีวีนะครับ อันนั้นซ้ายสุดขวาสุด^^) ผมว่าสื่อไม่ได้เป็นกลางเสียทีเดียวนัก หากเป็นเหตุการณ์จลาจลปกติทั่วไป สื่อของเข้าข้างตำรวจเข้าข้างอำนาจรัฐ นำเสนอข่าวเพื่อให้บ้านเมืองสงบ แต่ทำไมพอเป็นพันธมิตรสื่อกลับเสนอข่าวเชิงปกป้องพันธมิตร อย่าว่าแต่สื่อเลย แม้แต่องค์กรต่างๆ สมาคมการค้า มหาวิทยาลัย ต่างๆ ส่วนใหญ่ต่างประสานเสียงในทางตรงกันข้ามกับสิ่งที่รัฐบาลทำ

 

เพราะทุกคนมีบทเรียนจากการเมืองเก่าๆ ที่ประชาชนล้มตายเป็นจำนวนมาก และไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก จึงพยายามปกป้องประชาชนที่หลายคนอาจจะเรียกว่าไอ้พวกพันธมิตร พันธมาร ก็ตาม

 

 

ทางลงสำหรับเรื่องนี้ทางแรกคือ นายกนึกถึงแต่ความชอบธรรมที่ตัวเองได้รับการเลือกตั้งมา สิ่งที่ตำรวจทำไป ทำไปตามบทบาทของบ้านเมือง มีผู้ก่อเหตุจลาจล ก่อการกบฏ ต้องทำลายล้าง เหมือนเป็นกบฏโจรภาคใต้ไปเลย ถามว่าทางนี้จบได้หรือไม่ ผมคงไม่ต้องตอบหรอกครับ ทุกคนตอบได้อยู่แล้ว

 

ทางที่สองของท่านนายก รอให้ทหารออกมาปฏิวัติ ถามว่าทางนี้เป็นไปได้มั้ย แม้ว่าท่านผบทบ. จะยืนยันหนักแน่นว่าไม่ แต่ถ้าเหตุการณ์นองเลือดมากกว่าที่เป็นอยู่ ต่างฝ่ายต่างไม่ถอย ผมว่าก็ไม่แปลกที่ทหารจะบอกว่าชอบธรรมที่ทหารจะเข้ามาเพื่อยุติสถานการณ์เฉพาะหน้า บนพื้นฐานเหตุการณ์ที่หลายคนให้ความเชื่อถือทหารมากกว่ารัฐบาล และอาศัยความเป็นพี่น้องกันในระหว่างรุ่นเตรียมทหารรุ่น 10 เพื่อให้อำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งครั้งใหม่ ซึ่งนายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็มองดูเคสนี้ และพร้อมจะขวางใส่ท่านอนุพงษ์อยู่ ถามว่าเหตุการณ์นี้จะจบสวยมั้ย ผมว่าคงหนักกว่านี้

 

ทางที่สาม ยุบสภา ท่ามกลางเหตุการณ์วุ่นวายของแต่ละมุ้งในพรรคพลังประชาชน หากท่านสมชายยุบสภา ก็มีความเป็นไปได้ที่พรรคจะแตกออกจากกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสส.อีสาน ที่คงจะหารังใหม่ตามกระแสการเมือง แต่ท้ายที่สุดผมว่าก็คงจะเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่น เข้าตำราลงเรือลำเดียวกันนั่นเอง

 

ทางที่สี่ ท่านนายกลาออก ถ้าท่านสมชายไม่หวงเรื่องอำนาจ ผมว่าท่านลาออกไปเลยเวลานี้จะดีที่สุด ท่านอาจจะได้ชื่อว่าเป็นนายกที่อยู่ในตำแหน่งสั้นที่สุด แต่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งยังไม่ถึงเดือน ผลงานก็ยังไม่เกิด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพันธมิตร ต้องถือว่ายังไม่รุนแรงมากนัก หากลาออกตอนนี้ก็ยังอยู่ในเมืองไทยได้สบาย ไม่มีคดีติดตัว แม้จะมีคนพยายามฟ้องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ท่านเป็นศาลเก่า ท่านรู้อยู่แล้วว่าที่ผมพูดหมายความว่าอย่างไร

 

 

ผมยังมองในแง่ดีว่าทางลงแรกคงจะไม่เกิด ที่ผ่านมาเมืองไทยมีบทเรียนกับเหตุการณ์แบบนี้ และที่ผ่านมาทหารเองเสียอีกที่ลงมาฆ่าประชาชนเอง แต่คราวนี้มีแค่ตำรวจ ที่สำคัญมีสื่อและกล้องมือถือเต็มไปหมด การจะงุบงิบทำร้ายประชาชนแบบก่อน คงทำไม่ได้อีก

 

ทางที่สอง เป็นไปได้ แต่ก็อย่างที่บอกถ้าท่านอนุพงษ์ทำรัฐประหาร แต่เนื่องจากความสัมพันธ์ในรุ่นเตรียมทหารนั้น จะทำให้กลุ่มพันธมิตรไม่เลิก และจะมีประชาชนเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรมากขึ้น นอกจากข้อหานอมินี่แล้ว จะบวกข้อหาปฏิวัติเข้าไปอีก ไม่ควรปฏิวัติอย่างยิ่ง

 

ยุบสภาน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในกรณีที่ท่านนายกยังหวงอำนาจและยังแสวงหาอำนาจต่อ และเป็นวิถีทางแห่งประชาธิปไตย 

 

แต่ถ้าเป็นผม ผมจะเลือกวิธีที่สี่ ยังดีกว่าได้ชื่อว่าเป็นนายกรัฐมนตรีจากภาคพลเรือนคนแรกที่ทำให้ประชาชนล้มตายและขัดแย้งมากที่สุดในประวัติศาสตร์แทนท่านทักษิณ ชินวัตรและ ท่านสมัคร สุนทรเวช

 

ว่าแต่ คนเราจะแสวงหาอำนาจขนาดนั้นไปเพื่ออะไร